ถ้าให้บอกว่า SOLGEN คืออะไร ด้วยคําเดียว ขอใช้คําว่า สมรม หรือ ในภาษาเมืองว่า โฮะ

อาจารย์มนวัธน์ พรหมรัตน์

อาจารย์มนวัธน์ พรหมรัตน์

เราเป็นคนเชียงใหม่เติบโตท่ามกลางภูมิทัศน์ทางการเมืองสังคมและวัฒนธรรมของเชียงใหม่มาโดยตลอดตั้งแต่ประถม-มัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัยก็เรียนอยู่ที่เชียงใหม่มาตลอดนะแม้ในช่วงปริญญาโทไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นแต่เราก็นิยามตัวเองว่าเป็น“คนเชียงใหม่”แต่ก็นะเส้นทางชีวิตก็พาตัวเราออกจากพื้นที่เดิมย้ายตัวเองมาใช้ชีวิตและทํางานในต่างถิ่นซึ่งกลายเป็นประสบการณ์สําคัญที่ทําให้มองตัวเองและโลกกว้างขึ้น

สําหรับตัวเราเอง คิดว่าคนอื่นๆ ส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็นในความเป็นจริงในตัวเรานะ เอาจริงๆ เราเป็นคนสนุกสนานและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย(มั้ย)นะที่พูดแบบนี้ เพราะว่าเมื่อครั้งหนึ่งที่ผ่านมาเร็วๆนี้ คณบดีบอกเรา ว่า “ไม่นึกว่าอาจารย์จะเป็นคนสนุกสนานและเข้าถึงได้ง่ายไม่ถือตัว” เราฟังแล้วแอบตกใจนะภาพลักษณ์ของตัวเราทุกวันนี้เป็นแบบนั้นเหรอ เราคิดว่าการย้ายสํานักวิชาฯทําให้คนจํานวนหนึ่งยังไม่เห็นตัวตนด้านนี้ของเราแต่หากย้อนกลับไปในสํานักวิชาเดิม เค้าก็รู้กันละว่าเราเป็นคนร่าเริงและเป็นกันเองแต่ก็นะ เรากลับมาสํานักวิชาฯ นี้หลังจากลาเรียนต่อ และอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านใหญ่ของชีวิต เลยอาจทําให้มีภาพสื่อออกไปแบบนั้น 

เราไม่เคยคิดว่าตัวเรามีภาพลักษณ์แรงๆ นะ กลับกันคนอื่นๆ มองว่าเราเป็นคนดูแรง ในสายตาของคนรอบข้าง หลายคนบอกว่าเราเป็นคน “แรง” ซึ่งอาจ
ทําให้ดูเป็นคนเข้าถึงยาก แม้เราจะถามกลับเสมอว่าแรงจริงหรือไม่ แต่ในช่วงนี้เราก็ยอมรับว่าตัวเองอยู่ในช่วงที่ไม่อยากให้ใครเข้ามาใกล้นัก เพื่อนสมัยมัธยมเคยพูดกับเราตรงๆ ว่า “มึงเป็นคนดูไม่น่าคบ ไม่มี first impression”

แต่สําหรับช่วงนี้ มันเป็นช่วงเวลาพิเศษของเรามั้งนะ เรารู้สึกว่าตัวเองกําลังรับมือกับ “เสถียรภาพทางอารมณ์” มันเป็นสิ่งที่เรากําลังรับมือมากที่สุดบางช่วงอารมณ์ก็ไม่มั่นคงนัก มีหลายคําถามวนเวียนอยู่ในใจ โดยเฉพาะคําถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับชีวิตและความตาย ส่วนตัวเราเป็นคนไม่เชื่อในโลกหลังความตาย

แต่เมื่อพ่อเล่าให้ฟังว่า เขาฝันถึงแม่แทบทุกคืน เราก็กลับเผลอคิดไปว่า สักวันหนึ่งเมื่อพ่อจากไป เขาจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ความคิดนี้ทําให้เราแปลกใจในตัวเอง และกลายเป็นเรื่องที่รบกวนใจอยู่เงียบ ๆ โดยตลอด จนบางครั้งก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า เราคิดมากเกินไปหรือเปล่า ทั้งหมดนั้นต่อเนื่องมาจาก 5 ปีที่ผ่านมานี้นะ

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่เราตัดสินใจลาเรียนต่อภาคประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เราได้กลับไปอยู่เชียงใหม่นานและต่อเนื่องอีกครั้งเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสําคัญของชีวิตหลายอย่างเป็นช่วงสุดท้ายที่ได้ใช้เวลาอยู่กับแม่(ปัจจุบันคุณแม่อาจารย์มีน ถึงแก่กรรมไปแล้ว-ผู้เขียน)ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่โลกของเพื่อน ๆ เปลี่ยนไป ทุกคนเข้าสู่วัยทํางาน เราได้เข้าไปอยู่ในวงวิชาการใหม่ ๆ ได้พบผู้คนใหม่ ๆ ที่ช่วยสนับสนุนและเติมเต็มชีวิตในอีกแบบหนึ่งแม้ช่วงเวลานั้นจะเต็มไปด้วยความเศร้า โดยเฉพาะการได้อยู่กับแม่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่เราก็เห็นว่าการตัดสินใจลาเรียนในตอนนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และคิดเสมอว่า หากวันนั้นเราไม่ได้ลาเรียน กลับไปอยู่เชียงใหม่แล้วเหตุการณ์เดินไปตามที่เป็นนี้แม่ไม่อยู่แล้วเราคงรู้สึกเสียใจมากกว่านี้

สําหรับเรา “บ้าน” ไม่ได้หมายถึงสถานที่เพียงอย่างเดียวบ้าน คือ ที่ที่อบอุ่นรู้สึกปลอดภัยและสามารถแบ่งปันความรู้สึกกับคนรอบข้างได้ เอาจริงๆนะ ในทุกวันนี้ เรารู้สึกว่าในโลกออนไลน์เป็นบ้าน เชื่อมั้ยครั้งหนึ่งระหว่างไปเที่ยวกับแฟน เขาเคยถามเรา ว่า “เค้าอยู่ที่นี่ แล้วตัวเองอยู่ที่ไหน ทําไมเอาแต่ดูโทรศัพท์”ณ เวลานั้น เรารู้ผิดเลยนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราเริ่มตระหนักนะ ว่านี่คงเป็นส่วนหนึ่งการจัดการกับการเปลี่ยนผ่านชีวิตของเราช่วงที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ชีวิตจริงเราเปลี่ยนแตกต่างไป จนเรารู้สึกอะไรบ้างอย่างขึ้นมานะ

กาลครั้งหนึ่งที่ผ่านมาไม่นานนี้นะ “น้ำ” (พัชรี เมืองมุสิก) น้ำ ถามเรา ว่า“อาจารย์เหงามั้ย เพราะหลังจากกลับมาจากเรียนต่อ เพื่อนๆ คนที่เคยรู้จักไม่อยู่แล้ว หายหน้ากันไปหลายคน” ยอมรับเลยว่าตอนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรนะ อยู่ดีๆ วันหนึ่งเราอยู่เงียบๆ คนเดียวคําถามนั้นกลับย้อนมา มันฮุกเข้าจนเราร้องไห้ออกมาเลยนะ เรารู้สึกขึ้นมาว่า เราเหงาจริง ๆ และยังไม่สามารถก้าวข้าม Good old day วันก่อนคืนวันเก่าสวยงามของเรา ก่อนลาเรียนได้ คําถามของนาทําให้เราเริ่มคิดนะ ว่าบางสิ่งได้หายไปแล้วจริง ๆ และการยอมรับความรู ้สึกนั้นอาจเป็นก้าวแรกของเราที่จะเริ่มเดินใหม่อีกครั้งต่อจากนี้

ตอนนี้เรามีความฝันเล็กๆ ที่มีความหมายกับตัวเราเองมากๆ กําลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในแวดวงล้านนาศึกษา(กระแสรอง)ในการเปิดพื้นที่สนทนาแลกเปลี่ยนผ่านเพจออนไลน์ ที่มีอยู่แล้ว พวกเราอยากเห็นมุมมองใหม่ๆและประเด็นถกเถียงใหม่ ๆ เกี่ยวกับล้านนาศึกษา แม้ตัวเองไม่ได้ทํางานอยู่ในภาคเหนือ ก็หวังว่างานเล็กๆ เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างการตั้งคําถามต่อความเป็นไทยและสังคมไทย ให้อยู่บนฐานของความเป็นจริงมากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการมีส่วนร่วมเล็กๆ ในการทําความเข้าใจสังคมไทย

สําหรับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรานับว่าตัวเองเป็นคนรุ่นเก่าคนหนึ่งนะทํางานที่นี่มา 13 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้น เราทํางานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(เชียงใหม่) เรายื่นสมัครงานที่นี่ 2 รอบนะ รอบแรก หลังจบปริญญาโทญี่ปุ่น จําได้เลยว่า วันรับปริญญาของที่นั่น เป็นวันสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปิดรับสมัครพอดี เราต้องขอให้เพื่อนช่วยวิ่งเอกสารสมัครให้ ถึงสมัครทันแต่ด้วยกระบวนการที่ใช้เวลา เราก็ได้งานมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาพอดี ก็เลยไปสอนอยู่ที่นั่นพักหนึ่ง จนวันหนึ่ง ม.วลัยลักษณ์ เปิดรับสมัครตําแหน่งเดิมนี้อีกครั้ง ประกอบกับเรารู้สึกว่างานที่ทําอยู่มันไม่ลงตัวจนแอบคิดกับตัวเองว่า
“ตําแหน่งนี้มันเปิดไว้สําหรับเราหรือเปล่านะ” จึงตัดสินใจสมัคร และได้มาอยู่ที่นี่ในที่สุด

ช่วงแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่ เรารู้สึกว่าทุกอย่างแตกต่างจากเดิม เพราะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในภาคใต้มาก่อน จําได้นะ ก่อนจะมาทํางานที่นี่ พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเอง
ก็เป็นคนภาคเหนือที่มาเรียนที่ มศว สงขลา เราจึงคิดว่าเส้นทางชีวิตของตัวเองอาจคล้ายพ่อ คือการย้ายถิ่น เปลี่ยนบรรยากาศชีวิตไปเรื่อย ๆ แต่นั้นละสุดท้ายก็
ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่มานานกว่าสิบปีแล้ว

สําหรับตัวเราเอง ถ้าให้บอกว่า SOLGEN คืออะไร ด้วยคําเดียว ขอใช้คําว่า“สมรม” หรือในภาษาเมืองว่า “โฮะ” คํานี้ไม่ได้มีความหมายเชิงบวกหรือลบนะเราคิดว่าคํานี้ สะท้อนถึงความหลากหลาย ความปะปน ดูเหมือนจะไม่เข้ากันเลยแปลกดีนะ สิ่งที่ดูไม่เข้ากันเหล่านี้กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้ นั่นละเรา คิดว่านี่ คือ เสน่ห์และพลังของ SOLGEN

SOLGEN จัดกิจกรรมสนับสนุน SDG 4 ผ่านรายวิชา GED65-148
ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของผู้ด้อยโอกาส

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง (Quality Education) ผ่านรายวิชาเลือกเสรี GED65-148 นันทนาการและวอร์คแรลลี่ ของสาขาวิชาศึกษาทั่วไป สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป

รายวิชาดังกล่าวมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้และค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านกระบวนการกิจกรรมนันทนาการ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการบุกเบิก แสวงหา บำรุงรักษา และถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าและความเป็นเลิศทางวิชาการ อันนำไปสู่การพัฒนาบัณฑิตให้เป็นทั้ง “คนดีและคนเก่ง”

ในการนี้ นักศึกษาได้จัดกิจกรรมนันทนาการสำหรับผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ ณ ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการบ้านสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งพัฒนาทักษะอาชีพและฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

กิจกรรมประกอบด้วย เกมเพลง เกมเบ็ดเตล็ด กิจกรรมดนตรี และเกมสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร ความมั่นใจในตนเอง ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานเป็นทีม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาวะกายและใจ ลดความเครียด และสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพในชุมชนการเรียนรู้

โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับ

– SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being)

– SDG 10: การลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities)

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการสร้างความเพลิดเพลิน หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ลดช่องว่างทางสังคม และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

SDG
SDG
SDG

SOLGEN จัดกิจกรรมส่งท้ายปี 2568
เสริมความรู้ สร้างความเข้าใจ และพลังทีมเวิร์ก

meeting
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมต่อเนื่องส่งท้ายปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความหลากหลาย สร้างความเข้าใจร่วมกันในการทำงาน และเสริมสร้างพลังแห่งความร่วมมือในองค์กร
กิจกรรมประกอบด้วย
– Special Talk: “AI Buddy for Teachers” การบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
– School Meeting & Research Sharing Session (December 2025) การประชุมสำนักวิชาฯ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัย
– HNY 2026 Celebration กิจกรรมสังสรรค์เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
 
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักวิชาในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างบรรยากาศการทำงานที่เข้มแข็งและอบอุ่นไปพร้อมกัน

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป ประกาศนโยบาย
“No Gift Policy”
เสริมสร้างองค์กรโปร่งใส

📢 “NO GIFT POLICY”

 

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ประกาศกำหนดนโยบาย ไม่รับ ไม่ให้ของขวัญและของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy)

 

เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักวิชายึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยงดรับหรือให้ทรัพย์สิน ของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใด ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการปฏิบัติหน้าที่

 

สำนักวิชาฯ มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม

NoGift

แสดงความยินดี อาจารย์นวภัทร ทองสม

🎉🎉 ขอแสดงความยินดี 🎉🎉

 

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ขอแสดงความยินดีแก่ อาจารย์นวภัทร ทองสม
อาจารย์ประจำสาขาวิชาพหุภาษา

 

ในโอกาสที่ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิ
The United Kingdom Professional Standards Framework (UKPSF)
จาก Advance HE ประเทศสหราชอาณาจักร

 

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนตามมาตรฐานสากล และเสริมสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการของสำนักวิชาและมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ 🌍✨

 

ukpsf

WU Orchestra ส่งมอบความสุขส่งท้ายปี ณ เซ็นทรัลนครศรีธรรมราช

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ รัตติกาลสุขะ หัวหน้าสถานวิจัย และอาจารย์ปวิรศา ประดิษฐศร อาจารย์ประจำสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เข้าร่วมกิจกรรมบรรเลงดนตรี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผ่านการแสดงดนตรีของ WU Orchestra
 
ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมงานและร่วมส่งมอบความสุขแก่ประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช
 
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการมีส่วนร่วมกับชุมชน และการใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการสร้างความสุข ความอบอุ่น และความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับสังคม

ผศ.ดร.ทวีลักษณ์ นำทีมจัดอบรม Truth-telling
เพื่อสันติภาพชายแดนใต้

ผศ.ดร.ทวีลักษณ์ พลราชม หัวหน้าโครงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ Truth-telling สัมพันธเสวนา เพื่อสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวีลักษณ์ พลราชม หัวหน้าสาขาวิชาศึกษาทั่วไป สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Truth-telling สัมพันธเสวนา: เสริมพลังการสนทนา (Dialogue) เพื่อสันติภาพพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้”

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนจาก สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ภายใต้โครงการ
“Enhancing truth-telling and survivor-led justice in Thailand’s southern border provinces, mobilizing women and youth to heal communities affected by two decades of armed violence”

การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ปาร์ค จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีคณาจารย์จากสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์คอลิด มิดำ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยชาติ สึงตี, อาจารย์ปวิรศา ประดิษฐศร, อาจารย์กฤษฎา กันติชล

โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมพื้นที่การสนทนาอย่างสร้างสรรค์ (constructive dialogue) เพื่อเสริมพลังชุมชน สร้างความเข้าใจ และสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

SOLGEN จัดอบรมพัฒนาทักษะการโต้วาที

สาขาวิชาการศึกษาทั่วไป สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) จัดกิจกรรมอบรมพัฒนาทักษะการโต้วาที เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00–16.00 น. ณ ห้อง 3201 อาคารเรียนรวม 3 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเรือง จันทา รองคณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไปเป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต อาจารย์ประจำสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการโต้วาที โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานยังมีกิจกรรมฝึกปฏิบัติการโต้วาทีเชิงสถานการณ์จริง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกการแสดงความคิดเห็น การโต้แย้งอย่างสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน รวมถึงกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน
กิจกรรมนี้มีนักศึกษา คณาจารย์และผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 115 คน โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเป็นกันเอง ผู้เข้าร่วมกล้าแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเต็มที่

SOLGEN เสริมสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยระดับนานาชาติ

ผู้บริหารสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) ได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนจาก Saint Louis University ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00-15.00 น. เพื่อสำรวจแนวทางการขยายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยต่อยอดจากความร่วมมือด้านการวิจัยที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งนักวิจัยจากทั้งสองสถาบันได้ร่วมกันตีพิมพ์ผลงานวิจัยคุณภาพสูงหลายเรื่องอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565

นอกจากนี้ การหารือยังได้กล่าวถึงแนวทางการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการพัฒนากิจกรรมนอกหลักสูตรสำหรับนักศึกษา เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายทางวิชาการ การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม และความร่วมมือด้านการวิจัยในระยะยาวระหว่างสองสถาบัน

Research Collaboration

SOLGEN จัดเสวนา-สาธิต (Talk-Demonstration) บทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงแจ๊ส จากวง The Singora

คณะทำงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (WU) จัดเสวนา-สาธิต (Talk-Demonstration) บทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงแจ๊ส จากวง The Singora เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00-15.00 น. ณ อาคารศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ (ST) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้โครงการบทเพลงดนตรีแห่งความรำลึก : บทเพลงพระระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลลดุลยเดชมหาราชบรมนาอบพิตร (Jazz Interpretation of His Majesty King Bhumibol Adulyadej The Great Compositions)

โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ประกาศิต สิทธิ์ธิติกุล คณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป กล่าวเปิดโครงการและร่วมขับร้องบทเพลง ใจรัก กับวง The Singora

ภายในกิจกรรมวง The Singora ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดนตรีแจ๊สผ่านการบรรยายและการแสดงดนตรี อาทิ Tenor madness, Fly me to the moon, Misty, The girl from Ipanama, Still on my mind และ Oh I say ควบคู่บทเพลงพระราชนิพนธ์

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย JazzaNora โดย อาจารย์ ดร.กณิศ ศรีเปารยะ ที่ผสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับดนตรีแจ๊สได้อย่างงดงาม

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ SOLGEN ในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดคุณค่าดนตรีและบทเพลงพระราชนิพนธ์ ควบคู่กับการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสุนทรียศาสตร์และดนตรีแจ๊ส เปิดมุมมองใหม่ให้แก่นักศึกษาและผู้เข้าร่วม อันเป็นการบูรณาการศิลปวัฒนธรรมกับการเรียนรู้ร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์