SOLGEN ศึกษาดูงาน พัฒนาความร่วมมือด้านการบริหารจัดการรายวิชาศึกษาทั่วไป และการจัดการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ณ เขตบริหารปกครองพิเศษฮ่องกง และสาธารณรัฐไต้หวัน

The Hong Kong Polytechnic University
The Hong Kong Polytechnic University
City University of Hong Kong
City University of Hong Kong

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีและรักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษา พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุธัญญา ด้วงอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีและรักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนการสอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวีลักษณ์ พลราชม และอาจารย์ปวิรศา ประดิษฐศร ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและพัฒนาความร่วมมือด้านการบริหารจัดการรายวิชาศึกษาทั่วไป และการจัดการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (English as a Medium of Instruction: EMI) ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐไต้หวัน ระหว่างวันที่ 2-7 กันยายน พ.ศ. 2567

เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2567 คณะศึกษาดูงานได้เดินทางไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย 2 แห่งในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้แก่ The Hong Kong Polytechnic University และ City University of Hong Kong

มหาวิทยาลัยจัดการตนเองอย่าง PolyU Education in CPCE มีการบริหารงานแบบเอกเทศและเลี้ยงตนเอง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัยก็ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดจากภาครัฐและกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความโปร่งใสในการบริหาร ทางคณะฯ ได้รับการกล่าวต้อนรับโดย Professor Peter Yuen คณบดีมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นมีการแนะนำมหาวิทยาลัย การนำเสนอการจัดการเรียนศึกษาทั่วไป และการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (EMI) สิ่งที่น่าสนใจคือ การมีระบบประเมินการเรียนการสอนในหลายมิติ การสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษา ซึ่งส่วนมากในมหาวิทยาลัยจะเป็นนักศึกษาต่างชาติ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยได้กำหนดให้นักศึกษาแรกเข้ามีคะแนน TOEFL 550 หรือ IELTS 6 เป็นอย่างน้อย ดังนั้นในการพัฒนาภาษาอังกฤษจึงมุ่งเน้นในเรื่องการเขียนทางวิชาการ และให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนที่ใช้ AI เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย

ในแง่การพัฒนาอาจารย์ใหม่ มหาวิทยาลัยมีการจัดโปรแกรมอบรมอาจารย์ใหม่ 30 ชั่วโมง ทั้งในรูปแบบ onsite และ online เพื่อกำหนดคุณภาพการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีคู่มือให้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย

ในส่วนของโครงสร้างศึกษาทั่วไป (General Education) ครอบคลุมทั้งในระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี โดยในหลักสูตรอนุปริญญามีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน เน้นทักษะคิดเชิงวิเคราะห์ วิชาสถิติ มีหลักสูตรวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีน ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านการให้บริการสังคม เน้นให้มีวิชาด้านจริยธรรมทางวิชาการ ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการข้อมูล การพัฒนาความเป็นมืออาชีพทางวิชาการ การจัดการเรียนการสอนแตกต่างกันในแต่ละวิชา แต่มีรูปแบบ tutorials ร่วมด้วย มีการทำแผนที่ทักษะ (Skill mapping) ซึ่งใช้เป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาหลักสูตร โดยมีการระบุทักษะที่นักศึกษาควรได้รับในแต่ละสัปดาห์ของโปรแกรมการศึกษา วิธีการนี้ช่วยให้มั่นใจว่าการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง และนักศึกษาจะได้รับการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

City University of Hong Kong (CityU) มีการดำเนินการในการจัดการเรียนการสอนศึกษาทั่วไป เรียกว่า Gateway Education ที่เน้นการสอนพื้นฐานด้วยมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ธุรกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้า Festival Walk บนเกาะเกาลูน ฮ่องกง สิ่งที่น่าสนใจคือพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมีไม่มาก แต่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยชื่อแต่ละคณะบ่งบอกอัตลักษณ์ทางด้านนี้ได้ดี และมีห้องจัดแสดง innovation ต่างๆ ตลอดทางเดินของตึกจะมีมุมให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมและจัดแสดงผลงาน ที่คณะฯ พบคือ การจัดแสดงโครงการเกี่ยวกับ Service Learning ที่ให้นักศึกษาออกไปทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจเพื่อบริการสังคม ผู้ที่มาคอยต้อนรับ เดินชม และแนะนำมหาวิทยาลัย คือ Associate Professor Jack PUN Kwok Hung the ซึ่งมาจาก Department of English หลังจากนั้นทางคณะฯ ได้มีการนั่งพูดคุยเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอนที่มหาวิทยาลัยโดยอาจารย์แจ็ค ปัน ซึ่งมีงานวิจัยในด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และเขียนหนังสือเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอน

ntnu

จากนั้นในวันที่ 6 กันยายน 2567 คณะศึกษาดูงานได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ National Taiwan Normal University (NTNU) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไต้หวัน ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1922 เพื่อมุ่งเน้นผลิตบุคลากรด้านการศึกษา ในปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบในหลากหลายสาขาวิชา มีนักศึกษาทั้งสิ้นประมาณ 16,000 คนและบุคลากรประมาณ 1,600 คน มหาวิทยาลัยแห่งนี้ขับเคลื่อนการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางตามนโยบายของรัฐ และได้งบประมาณสนับสนุนจากรัฐ มีการจัดตั้งศูนย์ที่ให้บริการเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษในรูปแบบต่างๆ ให้กับนักศึกษา และมีนโยบายสร้างแรงจูงใจให้แต่ละรายวิชาสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง นักศึกษาสามารถเลือกเรียนรายวิชาที่เป็นภาษาอังกฤษได้ตามความสมัครใจ นอกเหนือจากสอนโดยภาษาจีนที่เป็นภาษาหลัก อาจารย์ผู้สอนจะได้รับแรงจูงใจหากใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง เช่น ได้รับการยกเว้นประเมินการสอนจากนักศึกษา 2 ภาคการศึกษา และพบว่าอาจารย์ที่สอนแบบ EMI มีผลประเมินที่สูงขึ้น

มหาวิทยาลัยแห่งนี้เน้นทักษะการสื่อสารในการเรียนการสอน ซึ่งหากอาจารย์มีความตั้งใจในการสอน จะสะท้อนออกมาจากวิธีการสอน การสื่อสารทั้งแบบวัจนะและอวัจนภาษา การใช้ EMI ในการสอนนี้อีกด้านหนึ่งคือการเปิดประสบการณ์ระดับโลกให้กับนักศึกษาในการเชื่อมต่อกับผู้อื่น นอกจากนี้ NTNU มีศูนย์สนับสนุนด้านการเรียนการสอนแบบ EMI คือ Centre for Academic Literacy or CAL และมีการสร้างบรรยากาศต่างๆ ที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนานักศึกษาในมหาวิทยาลัย

อาหารในชีวิต ชีวิตในร้านอาหารเมืองคอน: เรื่องเล่าชีวิตความเป็นคนคอนผ่านอาหารและร้านอาหาร

       สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยชาติ สึงตี และ อาจารย์ ดร.พรรณยุพา ธรรมวัตร ได้ดำเนินโครงการ อาหารในชีวิต ชีวิตในร้านอาหารเมืองคอน: เรื่องเล่าชีวิตความเป็นคนคอนผ่านอาหารและร้านอาหาร เพื่อการการบันทึกและอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านและมรดกทางวัฒนธรรม (Record and preserve cultural heritage) โครงการนี้ เป็นการทำงานบันทึกและการอนุรักษ์(record and preserve)  ในฐานะเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเมืองมีพัฒนาการประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยน ปะทะสังสรรค์ กันอยู่มากมาย ตลอดช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ อาหารนับเป็น ภูมิปัญญา(knowledge) มรดกของผู้ลี้ภัย(heritage of displaced communities) ประเพณี(traditions) มรดกที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural heritage) ในเมื่อมนุษย์มีอวัยวะที่อนุรักษ์นิยม สุดเป็นลิ้น อาหารจึงเคลื่อนติดตามผู้คนจากภายนอกเข้ามาสู่เมืองนครศรีธรรมราช ตัวอย่างอาหารและอาหารที่แสดงถึงเส้นทางของการเคลื่อนย้ายผู้คน ในนครศรีธรรมราช จากการศึกษา เบื้องต้น มีอยู่ด้วยกัน ดังนี้  

      1.อาหารจีน-กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเล นครศรีธรรมราชร้านอาหาร อาหารชาวจีนโพ้นทะเลนครศรีธรรมราช เดินทางมาจาก 2 ส่วน 
        1.1 กลุ่มคนจีนสำเนียงแต้จิ๋ว ตั้งถิ่นฐานในนครศรีธรรมราชเดิม 
        1.2 กลุ่มคนจีนสำเนียงไหหลำ  อพยพเข้าสู่เขตเมืองนครศรีธรรมราช จากความเปลี่ยนแปลงของตลาดการค้าข้าว อำเภอปากพนัง ทำให้เกิดความเติบโตของย่านการค้าในบริเวณพื้นที่ “ท่าวัง” โดยเฉพาะในพื้นที่หน้าสถานีรถไฟ นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่มีคนจีนโพ้นทะเล จากปากพนัง เข้ามาอยู่อาศัยการอย่างหนาแน่น เกิดร้านอาหารจีน หลายรูปแบบ มีร้านข้าวต้มกุ๊ย ร้านใหญ่ตรงข้ามสถานทีรถไฟ เปิดขายช่วงบ่าย-ถึงเย็น เป็นจุดสำคัญในการส่งต่อ คนสัมพันธ์กับการทำอาหาร ร้านอาหารภายในนครศรีธรรมราชยุคต่อมา 
      2.อาหารมุสลิม-มลายู ร้านอาหารมุสลิมมลายู แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ อาหารรูปแบบเดิม กับอาหารวัฒนธรรมอาหารคนชั้นกลางมาเลเซียใหม่ เข้ามาในช่วงทศวรรษ 1990(2530) เป็นร้านน้ำชา โรตี แบบเดิม ขายอยู่ตามริมถนน หรือร้านน้ำชา ขายเป็นอาหารยามเช้า โดยในทศวรรษ 1990(2530) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในประเทศมาเลเซีย ประกอบกับกระแสอิสลามนุวัตร ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายวัฒนธรรม ของกลุ่มคนมลายูมุสลิมในนครศรีธรรมราช เดินทางเข้าไปสัมพันธ์กับวัฒนธรรมลายู ประเทศมาเลเซีย จนเกิดเป็น ร้านอาหารวัฒนธรรมลายูใหม่ หรือวัฒนธรรมคนชั้นกลางมาเลเซีย ใหม่ ที่เปลี่ยนจากร้านน้ำชาโรตี ร้านน้ำชา ข้าวมันแกง เดิม เป็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ ที่แตกต่างจากวัฒนธรรมอาหารแฮมเบอร์เกอร์ เดิมของอเมริกา เกิดเป็นรูปแบบร้านอาหารแบบใหม่จากการเคลื่อนย้ายของกลุ่มคน 

       การบันทึกและอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านและมรดกทางวัฒนธรรม (Record and preserve cultural heritage) ผ่านอาหารและร้านอาหาร กลุ่มคนสัมพันธ์กับร้านอาหาร ในครั้งนี้ ทำให้พบว่า อาหารเป็น ภูมิปัญญา(knowledge) ส่งต่อมาในกลุ่มคน เป็นมรดกของผู้ลี้ภัย(heritage of displaced communities) หรือผู้อพยพเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ภายในนครศรีธรรมราช การสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางประเพณี(traditions) ตามการเปลี่ยนแปลงของ มรดกที่จับต้องของวัตถุดิบแตกต่างไปจากเดิม เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ (intangible cultural heritage) สะท้อนให้เห็นอยู่ภายในชีวิตประจำวันของผู้คน แสดงถึงความหลากหลายของกลุ่มคนปะทะสังสรรค์ กันอยู่ภายในเมืองนครศรีธรรมราชแห่งนี้ 

 

อาหารในชีวิต ชีวิตในร้านอาหารเมืองคอน
อาหารในชีวิต ชีวิตในร้านอาหารเมืองคอน

SOLGEN จัดโครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและร่วมกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน

ผศ. เจนจิรา แก้วรัตน์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไปได้เข้าร่วมและเป็นวิทยากรบรรยายให้กับนักเรียนและบุคคลทั่วไปในโครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและร่วมกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ณ. โครงการชลประทานน้ำเค็ม ม. 6 ต. ท่าซัก อ.เมือง จ. นครศรีธรรมราช

โครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและร่วมกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน

โครงการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) กระจูดควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อส่งเสริมการผลิตและการยกระดับคุณภาพการผลิตสินค้ากระจูด ของจังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุวิตา แก้วอารีลาภ อาจารย์ประจำภาควิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กระจูด เป็นชุมชนในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอหัวไทร ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่นในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งเป็นการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีแหล่งกำเนิดจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง เพื่อรับประกันคุณภาพและชื่อเสียงของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์จากกระจูดของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของการสานกระจูดไว้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น

กิจกรรมและวัตถุประสงค์ที่สำคัญ

โครงการริเริ่มดังกล่าวมีโครงสร้างเป็นกิจกรรมหลัก 2 ประการ:

  1. การร่วมประชาพิจารณ์ : มีการประชุมกับกลุ่มผู้ประกอบการในท้องถิ่นเพื่อกำหนดแนวทางสำหรับกระบวนการลงทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) การหารือเหล่านี้ทำให้มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับข้อกำหนดและประโยชน์ของการลงทะเบียน GI
  2. การเยี่ยมชมและถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชน : การเยี่ยมชมภาคสนามจัดขึ้นเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์และถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสานกระจูดที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ควนเคร็ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมการสานกระจูด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดนครศรีธรรมราช

โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 1.4.1 ซึ่งเน้นที่การช่วยเหลือสตาร์ทอัพในท้องถิ่น (Local start-up assistance) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการอนุรักษ์และส่งเสริมงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม ผู้เข้าร่วมได้รับความเข้าใจที่ครอบคลุมเกี่ยวกับกระบวนการสานกระจูดทั้งหมด ตั้งแต่การเก็บเกี่ยววัตถุดิบจนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยให้ผู้เข้าร่วมมีเครื่องมือในการเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของตนให้กลายเป็นกิจกรรมสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

เมื่อสิ้นสุดโครงการ ผู้เข้าร่วมไม่เพียงแต่ได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์จากกกเท่านั้น แต่ยังได้ดำเนินการที่สำคัญในการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์จากกกของชุมชนภายใต้กรอบ GI อีกด้วย คาดว่าโครงการนี้จะมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างยาวนานโดยการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญยิ่งของนครศรีธรรมราช ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพในท้องถิ่น (Local start-up assistance) ที่เน้นงานหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างยั่งยืน

โยคะและการบริหารกายเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับผู้พิการ

โยคะและการบริหารกาย

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) โดยอาจารย์ปิยนุช ขุนสวัสดิ์ ร่วมกับ ผศ.ดร.วิสาขะ อนันธวัช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ได้จัดโครงการ ส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับผู้พิการโดยใช้กิจกรรมโยคะและการบริหารกายควบคู่กับกิจกรรมนันทนาการ นำออกกำลังกายให้กับกลุ่มเด็ก สตรีและผู้พิการของศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ นครศรีธรรมราช ตำบลสระแก้ว จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้ทุกคนเกิดความสุข สนุกสนาน เกิดความผ่อนคลาย และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น

โยคะและการบริหารกาย

การใช้เกมและสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างกลไกปฏิเสธการสูบบุหรี่และสารเสพติดในเยาวชนไทย

การใช้เกมและสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างกลไกปฏิเสธการสูบบุหรี่และสารเสพติดในเยาวชนไทย

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) จัดอบรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยของบุหรี่และสารเสพติด ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 220 คน โดยใช้เกมนันทนาการและสถานการณ์จำลองให้กับนักเรียนโรงเรียนปทุมานุกูล และ โรงเรียนบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ให้ห่างไกลจากการสูบบุหรี่ และสารเสพติด

โดยอาจารย์ปิยนุช ขุนสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป ร่วมมือกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 422 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 โดยพันตำรวจเอกพศิน สังขาราและคณะ ได้จัดอบรม รณรงค์เผยแพร่ความรู้ เพื่อช่วยป้องกัน ยับยั้งให้กับนักเรียนของโรงเรียนปทุมานุกูลและโรงเรียนบ้านในถุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ จากอิทธิพลของการโฆษณาทางสื่อต่างๆ รวมทั้งในชุมชนสังคมที่นักเรียนอยู่อาศัย ไม่ไปข้องเกี่ยวกับบุหรี่ตลอดจนยาเสพติดต่างๆ

ทั้งนี้เมื่อนักเรียนได้รู้จักพิษ โทษภัยของการสูบบุหรี่ ร่วมกับครูของนักเรียนโดย สร้างสถานการณ์จำลอง ชุด “ดับไฟฝัน” นักเรียนได้ตระหนักถึงภัยของการสูบบหรี่และยาเสพติดต่างๆ และสร้างเครือข่ายจากชุมชนที่นักเรียนอยู่อาศัยให้เกิดมาตรการการงดสูบบุหรี่ในชุมชน ฯลฯ ทำให้นักเรียน และครูอาจารย์ตลอดจนผู้บริหารของโรงเรียนเล็งเห็นและให้ความสำคัญ ในการรณรงค์เพื่อการป้องกันดังกล่าว

การใช้เกมและสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างกลไกปฏิเสธการสูบบุหรี่และสารเสพติดในเยาวชนไทย

SOLGEN จัดกิจกรรม First Date 2 “Thrive Together: Cultivating Relationships and Personal Growth Goals”

SOLGEN Student Club จัดกิจกรรม SOLGEN First Date 2 “Thrive Together: Cultivating Relationships and Personal Growth Goals” เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567 เวลา 08:30 – 12:00 น. ณ ห้องประชุมศรีธรรมราช อาคารสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมต่อการเป็นผู้นำและพร้อมช่วยเหลือเพื่อนในมหาวิทยาลัย ทำทำความเข้าใจหลักการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย โดยในช่วงแรกเป็นกิจกรรมบรรยายหัวข้อ “Thrive Together: Cultivating Relationships and Personal Growth Goals” วิทยากรโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อุไร จเรประพาฬ รองอธิการบดี และช่วงถัดไปเป็นบรรยายหัวข้อ “การศึกษาทำให้คนมีงานทำ กิจกรรมทำให้คน ทำงานเป็น” วิทยากรโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีและรักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป จากการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาจะได้แนวทางการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงการตั้งเป้าหมายเพื่อการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ ของชีวิต รวมทั้งตระหนักถึงบทบาทสำคัญของการศึกษาในการเตรียมตัวให้คนมีงานทำ โดยการศึกษามอบความรู้และทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่ตลาดงาน แต่การทำงานจริงนั้นต้องการทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมต่างๆนอกห้องเรียน

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป ต้อนรับ Prof. Dr. Beniko Mason จากประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 20-22 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ให้การต้อนรับ Prof. Dr. Beniko Mason ในโอกาสการมาเยือนสำนักวิชาพหุภาษาฯ เพื่อจัดบรรยายและวิพากษ์การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษรูปแบบ Story-Listening
 
ในการมาเยือนครั้งนี้ สำนักวิชาฯ ได้รับเกียรติจาก Prof. Dr. Beniko Mason เป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับแนวทางการนำวิธีการสอน Story-Listening มาประยุกต์ใช้ในห้องเรียนให้แก่คณาจารย์สาขาพหุภาษา นอกจากนี้ ท่านยังได้สังเกตการสอนของอาจารย์ในรายวิชาภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งวิพากษ์การสอนเพื่อให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาแนวทางการสอนต่อไป
 
Prof. Dr. Beniko Mason ยังได้สาธิตการสอนและการวัดประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของสำนักวิชาฯ ในการยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
 
ทั้งนี้ Prof. Dr. Beniko Mason เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณจาก Shitennoji University Junior College เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ท่านเป็นผู้พัฒนาแนวทางการสอน Story-Listening และ Guided Self-Selected Reading ซึ่งสำนักวิชาฯ ได้นำแนวทางนี้มาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาของนักศึกษา
 
สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงในความอนุเคราะห์และความตั้งใจของ Prof. Dr. Beniko Mason ที่มอบโอกาสอันทรงคุณค่านี้ให้แก่ทางสำนักวิชาฯ การมาเยือนและให้คำแนะนำครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อให้นักศึกษาได้รับการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทักษะภาษาในระดับสากลต่อไป
 
ต้อนรับ Prof. Dr. Beniko Mason จากประเทศญี่ปุ่น
ต้อนรับ Prof. Dr. Beniko Mason จากประเทศญี่ปุ่น
ต้อนรับ Prof. Dr. Beniko Mason จากประเทศญี่ปุ่น
ต้อนรับ Prof. Dr. Beniko Mason จากประเทศญี่ปุ่น

SOLGEN ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (WU) ต้อนรับคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากกลุ่มวิชาภาษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00-16.00 น. ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

โดยในช่วงเช้ามีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษและการรับสมัครอาจารย์ชาวต่างชาติ วิทยากรโดย รศ.ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีและรักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป และผศ.จูนิเฟอร์ ลีล บูโคล (Asst.Prof. Junifer Leal Bucol) หัวหน้าสาขาวิชาพหุภาษา

ต่อด้วยบรรยายการจัดการเรียนการสอนตามแบบ UKPSF วิทยากรโดย ผศ.ดร.สุธัญญา ด้วงอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีและรักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศการเรียนการสอน โดยมี ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีร่วมต้อนรับพบปะพูดคุยและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ในช่วงบ่ายนำคณะศึกษาดูงานเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย ณ หอชมฟ้า อุทยานพฤกษศาสตร์ และนั่งรถไฟฟ้าชมจุดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งร่วมสังเกตการณ์บรรยากาศการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป ณ อาคารเรียนรวม 6 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการและเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ หมวดวิชาศึกษาทั่วไปต่อไป

สรุปผลงานวิจัยตีพิมพ์ ประจำเดือนกรกฎาคม 2567

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในเดือนกรกฎาคม 2567 ดังนี้

บทความเรื่อง “Sexual Conduct in Noom Kala’s Media Landscape: Analyzing the Depiction of Masculine and Feminine Archetypes through Online Headlines” เขียนโดย อาจารย์กฤษฎา กันติชล และ อาจารย์เมธัส ศิริวัฒน์ ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร Cogent Arts & Humanities บนฐานข้อมูล Scopus Index, Q1

Summary of Research Publications in July 2024