สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป ขอแสดงความยินดี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวีลักษณ์ พลราชม ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฐาน Scopus Q1

Scopus

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป หารือความร่วมมือวิจัย
การสอนภาษาอังกฤษกับเครือข่ายภาคใต้

English

วันศุกร์ 9 มกราคม 2569 เวลา 9.00 -12.00 น. ณ ห้องประชุม 2 อาคารวิชาการ 6


ศูนย์ส่งเสริมห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ ภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช โดยคุณแสงแข คงห้วยรอบ, คุณเอนก หิรัญสถิตย์, คุณพรรณราพร แก้วพรหม และว่าที่ร้อยเอกคุณาวุฒิ ศรีสุวรรณ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ และคณาจารย์เครือข่ายศูนย์ส่งเสริมห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ ภาคใต้เดินทางมาเข้าร่วมประชุม รศ.ดร.ประกาศิต สิทธิ์ธิติกุล รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป รศ.ดร.มาร์ค อูลา หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการเรียนและการสอนภาษา และอาจารย์กานต์ชนก วูดดิสัน เพื่อปรึกษาประเด็นเรื่องการดำเนินการวิจัยการสอนภาษาอังกฤษ การศึกษาขั้นพื้นฐาน

 
ผลจากการประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกัน การดำเนินการจัดตั้งแผนงานการวิจัยการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป เป็นพัฒนาการยกระดับจากการทำงานการสอนที่ดำเนินการมาอย่างเข้มแข็งมาก่อนแล้ว การวิจัยการเรียนการสอนนับเป็นก้าวกระโดดสำคัญการยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.ประกาศิต สิทธิ์ธิติกุล คณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป อาจารย์กาญจน์ชนกชนน์ วูดดิ สัน และ
อาจารย์โคล โรเบิร์ต บราวน์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดมหกรรมวิชาการ Southern English Medium Instruction Programmes (SEMIP) Open House 2025 ครั้งที่ 18

SEMIP

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. รองศาสตราจารย์ ดร.ประกาศิต สิทธิ์ธิติกุล คณบดีสำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป อาจารย์กาญจน์ชนกชนน์ วูดดิ สัน และ อาจารย์โคล โรเบิร์ต บราวน์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดมหกรรมวิชาการ Southern English Medium Instruction Programmes (SEMIP) Open House 2025 ครั้งที่ 18 สำหรับนักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ ภาคใต้ ประจำปีการศึกษา 2568 จัดโดยศูนย์ส่งเสริมห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 7-8 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา ในการจัดการแข่งขันมหกรรมวิชาการในครั้งนี้ มีโรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากทั่วภาคใต้เข้าร่วมกว่า 70 โรงเรียน

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประกันคุณภาพการศึกษาระดับสำนักวิชาฯ

Collaboration

วันพุธ 7 มกราคม 2568 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารวิชาการ 6

คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป เปิดปีใหม่ต้อนรับ 2569 ด้วยการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ WU AUN-QA ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.อภิรักษ์ พยัคฆา ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ การวางแผนการดำเนินงานประกันคุณภาพระดับสำนักวิชา
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกัน แบบเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพและมิตรภาพ

Collaboration
Collaboration

กิจรรมเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลี "Kimbap Workshop"

Kimbap

วันที่ 6 มกราคม 2569 ได้มีการจัดกิจกรรม “Kimbap Workshop” ขึ้น ในเวลา 10.00-13.00 น. ณ ครัวโปรเชฟวลัยลักษณ์ ซึ่งนอกจากนักศึกษาในรายวิชา GED65-117 International Languages and Cultures เข้าร่วมแล้ว ยังมีบุคลากรและคณาจารย์ผู้สนใจเข้าร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเกาหลีผ่านอาหารในครั้งนีัด้วย 

โดยมีผู้สาธิตและให้ความรู้ คือ Mr. Kim Dong Woong อาจารย์อาสาสมัครเกาหลี จากโครงการ World Friends KOICA Volunteer ซึ่งดำเนินการโดย KOICA หรือ Korea International Cooperation Agency โดยเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ที่สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไปได้รับการสนับสนุนบุคลากรจาก KOICA มาสอนภาษาและวัฒธรรมเกาหลี ซึ่งสำนักวิชาได้การเปิดสอนเป็นวิชาเลือกเสรีสำหรับนักศึกษามหทัทุกคนที่สนใจทุกเทอม

คำอวยพรเนื่องในวันปีใหม่จากคณบดี

HPNY

คำอวยพรเนื่องในวันปีใหม่จากคณบดี

ในโลกนี้มีทางเลือกมากมาย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกอะไร

 

… ถ้าเราเลือกสิ่งที่ทำให้เราดีขึ้น และมีความสุข ก็นับว่าเป็นความโชคดีของเรา

… แต่ถ้าตรงกันข้าม ก็ถือว่าสิ่งนั้นเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า ช่วยทำให้เราเรียนรู้มากขึ้น

… เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ผมขอส่งความหวังดีให้แก่ทุกท่าน ขอให้ท่านประสบกับความโชคดีในทุกๆทางเลือกและการตัดสินใจ

 

ขอให้ทุกท่านจงมีความสุข พบแต่สิ่งดีๆ และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดปีใหม่

สุขสันต์วันปีใหม่ครับ 2569!!!

รศ.ดร. ประกาศิต สิทธิ์ธิติกุล
คณบดี

ถ้าให้บอกว่า SOLGEN คืออะไร ด้วยคําเดียว ขอใช้คําว่า สมรม หรือ ในภาษาเมืองว่า โฮะ

อาจารย์มนวัธน์ พรหมรัตน์

อาจารย์มนวัธน์ พรหมรัตน์

เราเป็นคนเชียงใหม่เติบโตท่ามกลางภูมิทัศน์ทางการเมืองสังคมและวัฒนธรรมของเชียงใหม่มาโดยตลอดตั้งแต่ประถม-มัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัยก็เรียนอยู่ที่เชียงใหม่มาตลอดนะแม้ในช่วงปริญญาโทไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นแต่เราก็นิยามตัวเองว่าเป็น“คนเชียงใหม่”แต่ก็นะเส้นทางชีวิตก็พาตัวเราออกจากพื้นที่เดิมย้ายตัวเองมาใช้ชีวิตและทํางานในต่างถิ่นซึ่งกลายเป็นประสบการณ์สําคัญที่ทําให้มองตัวเองและโลกกว้างขึ้น

สําหรับตัวเราเอง คิดว่าคนอื่นๆ ส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็นในความเป็นจริงในตัวเรานะ เอาจริงๆ เราเป็นคนสนุกสนานและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย(มั้ย)นะที่พูดแบบนี้ เพราะว่าเมื่อครั้งหนึ่งที่ผ่านมาเร็วๆนี้ คณบดีบอกเรา ว่า “ไม่นึกว่าอาจารย์จะเป็นคนสนุกสนานและเข้าถึงได้ง่ายไม่ถือตัว” เราฟังแล้วแอบตกใจนะภาพลักษณ์ของตัวเราทุกวันนี้เป็นแบบนั้นเหรอ เราคิดว่าการย้ายสํานักวิชาฯทําให้คนจํานวนหนึ่งยังไม่เห็นตัวตนด้านนี้ของเราแต่หากย้อนกลับไปในสํานักวิชาเดิม เค้าก็รู้กันละว่าเราเป็นคนร่าเริงและเป็นกันเองแต่ก็นะ เรากลับมาสํานักวิชาฯ นี้หลังจากลาเรียนต่อ และอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านใหญ่ของชีวิต เลยอาจทําให้มีภาพสื่อออกไปแบบนั้น 

เราไม่เคยคิดว่าตัวเรามีภาพลักษณ์แรงๆ นะ กลับกันคนอื่นๆ มองว่าเราเป็นคนดูแรง ในสายตาของคนรอบข้าง หลายคนบอกว่าเราเป็นคน “แรง” ซึ่งอาจ
ทําให้ดูเป็นคนเข้าถึงยาก แม้เราจะถามกลับเสมอว่าแรงจริงหรือไม่ แต่ในช่วงนี้เราก็ยอมรับว่าตัวเองอยู่ในช่วงที่ไม่อยากให้ใครเข้ามาใกล้นัก เพื่อนสมัยมัธยมเคยพูดกับเราตรงๆ ว่า “มึงเป็นคนดูไม่น่าคบ ไม่มี first impression”

แต่สําหรับช่วงนี้ มันเป็นช่วงเวลาพิเศษของเรามั้งนะ เรารู้สึกว่าตัวเองกําลังรับมือกับ “เสถียรภาพทางอารมณ์” มันเป็นสิ่งที่เรากําลังรับมือมากที่สุดบางช่วงอารมณ์ก็ไม่มั่นคงนัก มีหลายคําถามวนเวียนอยู่ในใจ โดยเฉพาะคําถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับชีวิตและความตาย ส่วนตัวเราเป็นคนไม่เชื่อในโลกหลังความตาย

แต่เมื่อพ่อเล่าให้ฟังว่า เขาฝันถึงแม่แทบทุกคืน เราก็กลับเผลอคิดไปว่า สักวันหนึ่งเมื่อพ่อจากไป เขาจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ความคิดนี้ทําให้เราแปลกใจในตัวเอง และกลายเป็นเรื่องที่รบกวนใจอยู่เงียบ ๆ โดยตลอด จนบางครั้งก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า เราคิดมากเกินไปหรือเปล่า ทั้งหมดนั้นต่อเนื่องมาจาก 5 ปีที่ผ่านมานี้นะ

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่เราตัดสินใจลาเรียนต่อภาคประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เราได้กลับไปอยู่เชียงใหม่นานและต่อเนื่องอีกครั้งเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสําคัญของชีวิตหลายอย่างเป็นช่วงสุดท้ายที่ได้ใช้เวลาอยู่กับแม่(ปัจจุบันคุณแม่อาจารย์มีน ถึงแก่กรรมไปแล้ว-ผู้เขียน)ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่โลกของเพื่อน ๆ เปลี่ยนไป ทุกคนเข้าสู่วัยทํางาน เราได้เข้าไปอยู่ในวงวิชาการใหม่ ๆ ได้พบผู้คนใหม่ ๆ ที่ช่วยสนับสนุนและเติมเต็มชีวิตในอีกแบบหนึ่งแม้ช่วงเวลานั้นจะเต็มไปด้วยความเศร้า โดยเฉพาะการได้อยู่กับแม่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่เราก็เห็นว่าการตัดสินใจลาเรียนในตอนนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และคิดเสมอว่า หากวันนั้นเราไม่ได้ลาเรียน กลับไปอยู่เชียงใหม่แล้วเหตุการณ์เดินไปตามที่เป็นนี้แม่ไม่อยู่แล้วเราคงรู้สึกเสียใจมากกว่านี้

สําหรับเรา “บ้าน” ไม่ได้หมายถึงสถานที่เพียงอย่างเดียวบ้าน คือ ที่ที่อบอุ่นรู้สึกปลอดภัยและสามารถแบ่งปันความรู้สึกกับคนรอบข้างได้ เอาจริงๆนะ ในทุกวันนี้ เรารู้สึกว่าในโลกออนไลน์เป็นบ้าน เชื่อมั้ยครั้งหนึ่งระหว่างไปเที่ยวกับแฟน เขาเคยถามเรา ว่า “เค้าอยู่ที่นี่ แล้วตัวเองอยู่ที่ไหน ทําไมเอาแต่ดูโทรศัพท์”ณ เวลานั้น เรารู้ผิดเลยนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราเริ่มตระหนักนะ ว่านี่คงเป็นส่วนหนึ่งการจัดการกับการเปลี่ยนผ่านชีวิตของเราช่วงที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ชีวิตจริงเราเปลี่ยนแตกต่างไป จนเรารู้สึกอะไรบ้างอย่างขึ้นมานะ

กาลครั้งหนึ่งที่ผ่านมาไม่นานนี้นะ “น้ำ” (พัชรี เมืองมุสิก) น้ำ ถามเรา ว่า“อาจารย์เหงามั้ย เพราะหลังจากกลับมาจากเรียนต่อ เพื่อนๆ คนที่เคยรู้จักไม่อยู่แล้ว หายหน้ากันไปหลายคน” ยอมรับเลยว่าตอนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรนะ อยู่ดีๆ วันหนึ่งเราอยู่เงียบๆ คนเดียวคําถามนั้นกลับย้อนมา มันฮุกเข้าจนเราร้องไห้ออกมาเลยนะ เรารู้สึกขึ้นมาว่า เราเหงาจริง ๆ และยังไม่สามารถก้าวข้าม Good old day วันก่อนคืนวันเก่าสวยงามของเรา ก่อนลาเรียนได้ คําถามของนาทําให้เราเริ่มคิดนะ ว่าบางสิ่งได้หายไปแล้วจริง ๆ และการยอมรับความรู ้สึกนั้นอาจเป็นก้าวแรกของเราที่จะเริ่มเดินใหม่อีกครั้งต่อจากนี้

ตอนนี้เรามีความฝันเล็กๆ ที่มีความหมายกับตัวเราเองมากๆ กําลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในแวดวงล้านนาศึกษา(กระแสรอง)ในการเปิดพื้นที่สนทนาแลกเปลี่ยนผ่านเพจออนไลน์ ที่มีอยู่แล้ว พวกเราอยากเห็นมุมมองใหม่ๆและประเด็นถกเถียงใหม่ ๆ เกี่ยวกับล้านนาศึกษา แม้ตัวเองไม่ได้ทํางานอยู่ในภาคเหนือ ก็หวังว่างานเล็กๆ เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างการตั้งคําถามต่อความเป็นไทยและสังคมไทย ให้อยู่บนฐานของความเป็นจริงมากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการมีส่วนร่วมเล็กๆ ในการทําความเข้าใจสังคมไทย

สําหรับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรานับว่าตัวเองเป็นคนรุ่นเก่าคนหนึ่งนะทํางานที่นี่มา 13 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้น เราทํางานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(เชียงใหม่) เรายื่นสมัครงานที่นี่ 2 รอบนะ รอบแรก หลังจบปริญญาโทญี่ปุ่น จําได้เลยว่า วันรับปริญญาของที่นั่น เป็นวันสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปิดรับสมัครพอดี เราต้องขอให้เพื่อนช่วยวิ่งเอกสารสมัครให้ ถึงสมัครทันแต่ด้วยกระบวนการที่ใช้เวลา เราก็ได้งานมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาพอดี ก็เลยไปสอนอยู่ที่นั่นพักหนึ่ง จนวันหนึ่ง ม.วลัยลักษณ์ เปิดรับสมัครตําแหน่งเดิมนี้อีกครั้ง ประกอบกับเรารู้สึกว่างานที่ทําอยู่มันไม่ลงตัวจนแอบคิดกับตัวเองว่า
“ตําแหน่งนี้มันเปิดไว้สําหรับเราหรือเปล่านะ” จึงตัดสินใจสมัคร และได้มาอยู่ที่นี่ในที่สุด

ช่วงแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่ เรารู้สึกว่าทุกอย่างแตกต่างจากเดิม เพราะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในภาคใต้มาก่อน จําได้นะ ก่อนจะมาทํางานที่นี่ พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเอง
ก็เป็นคนภาคเหนือที่มาเรียนที่ มศว สงขลา เราจึงคิดว่าเส้นทางชีวิตของตัวเองอาจคล้ายพ่อ คือการย้ายถิ่น เปลี่ยนบรรยากาศชีวิตไปเรื่อย ๆ แต่นั้นละสุดท้ายก็
ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่มานานกว่าสิบปีแล้ว

สําหรับตัวเราเอง ถ้าให้บอกว่า SOLGEN คืออะไร ด้วยคําเดียว ขอใช้คําว่า“สมรม” หรือในภาษาเมืองว่า “โฮะ” คํานี้ไม่ได้มีความหมายเชิงบวกหรือลบนะเราคิดว่าคํานี้ สะท้อนถึงความหลากหลาย ความปะปน ดูเหมือนจะไม่เข้ากันเลยแปลกดีนะ สิ่งที่ดูไม่เข้ากันเหล่านี้กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้ นั่นละเรา คิดว่านี่ คือ เสน่ห์และพลังของ SOLGEN

SOLGEN จัดกิจกรรมสนับสนุน SDG 4 ผ่านรายวิชา GED65-148
ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของผู้ด้อยโอกาส

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง (Quality Education) ผ่านรายวิชาเลือกเสรี GED65-148 นันทนาการและวอร์คแรลลี่ ของสาขาวิชาศึกษาทั่วไป สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป

รายวิชาดังกล่าวมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้และค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านกระบวนการกิจกรรมนันทนาการ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการบุกเบิก แสวงหา บำรุงรักษา และถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าและความเป็นเลิศทางวิชาการ อันนำไปสู่การพัฒนาบัณฑิตให้เป็นทั้ง “คนดีและคนเก่ง”

ในการนี้ นักศึกษาได้จัดกิจกรรมนันทนาการสำหรับผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ ณ ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการบ้านสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งพัฒนาทักษะอาชีพและฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

กิจกรรมประกอบด้วย เกมเพลง เกมเบ็ดเตล็ด กิจกรรมดนตรี และเกมสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร ความมั่นใจในตนเอง ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานเป็นทีม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาวะกายและใจ ลดความเครียด และสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพในชุมชนการเรียนรู้

โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับ

– SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being)

– SDG 10: การลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities)

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการสร้างความเพลิดเพลิน หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ลดช่องว่างทางสังคม และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

SDG
SDG
SDG

SOLGEN จัดกิจกรรมส่งท้ายปี 2568
เสริมความรู้ สร้างความเข้าใจ และพลังทีมเวิร์ก

meeting
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมต่อเนื่องส่งท้ายปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความหลากหลาย สร้างความเข้าใจร่วมกันในการทำงาน และเสริมสร้างพลังแห่งความร่วมมือในองค์กร
กิจกรรมประกอบด้วย
– Special Talk: “AI Buddy for Teachers” การบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
– School Meeting & Research Sharing Session (December 2025) การประชุมสำนักวิชาฯ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัย
– HNY 2026 Celebration กิจกรรมสังสรรค์เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
 
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักวิชาในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างบรรยากาศการทำงานที่เข้มแข็งและอบอุ่นไปพร้อมกัน

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป ประกาศนโยบาย
“No Gift Policy”
เสริมสร้างองค์กรโปร่งใส

📢 “NO GIFT POLICY”

 

สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป (SOLGEN) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ประกาศกำหนดนโยบาย ไม่รับ ไม่ให้ของขวัญและของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy)

 

เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักวิชายึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยงดรับหรือให้ทรัพย์สิน ของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใด ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการปฏิบัติหน้าที่

 

สำนักวิชาฯ มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม

NoGift